ซินจ่าว…………..เวียตนาม 3

วันที่ 15 เมษายน 2549 วันที่ 3 ในเว้
เรา ตื่นกัน 7 โมงเช้าเพราะไม่ต้องรีบมากนักในวันนี้ หลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จเราก็เดินหาข้าวเช้ากินก่อนออกเดินทางไปสถานีรถไฟ เพื่อไปฮานอย

เช้าวันนี้เป็นเช้าวันฝนตกบรรยากาศเลยสลึมสะลือและ หงอยเหงาพอสมควร ตามถนนหนทางในเว้มีรถมอไซค์และจักรยานบางตากว่าทุกวัน ขนาดสีแยกที่เคยคลาคล่ำไปด้วยผู้คนบนมอไซค์ยังลดลงขนาดนี้

สีแยกหน้าร้านข้าวใกล้โรงแรม………..

ผู้ชายว่วนใหญ่นั่งกิกาแฟยามเช้าที่ร้าน บางทีเจ้าของร้านก็เอาโต๊ออกมาตั้งหน้าร้านบ้าง ตามทางเท้าบ้าง แต่วันนี้ต้องงดซักวันเพราะฝนพ่นฝอยมาตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงเช้านี้ แต่ก็ดีไปอย่าง เพราะถ้าฝนไม่ตกอากาศคงอ้าวกว่านี้เยอะ ทำให้น่าเดินเล่นกว่ายามอากาศร้อน

หน้าร้านกาแฟเช้าวันฝนตก………

เราชวนกันออกมาหาอะไรกินรองท้องก่อนเดินทาง เพื่อนๆพี่บางคนกินกาแฟ บางคนกินซาลาเปา ส่วนเรากินแบ๋งห์หมี่ไปหน่อยนึง พอลองชิมดูแล้วรู้สึกอร่อย เลยซื้อตุนไว้เป็นเสบียงด้วย 5-6 ชิ้น(ใหญ่ๆ)เอาไว้เป็นเสบียงตอนนั่งรถไฟไปฮานอยวันนี้ด้วย

เราไป ฮอยอันมาแล้วซื้อแบ๋งห์หมี่กินที่นั่น ก็อร่อยดีนะ ราคา 5000 ด่องต่ออัน แต่เมื่อได้ลองกินแบ๋งห์หมี่ที่เว้ กลับรสชาดดีพอๆกันแถมราคาแค่อันละ 3000 ด่องเอง ถูกกว่าที่ฮอยอันซะอีก โอ้หนอชีวิต….อุตสาห์ไปกินซะไกลที่ไหนได้อยู่ใกล้ตัวเองแท้ๆทั้งอร่อยและ ถูกกว่าซะอีก นี่หล่ะน๊าที่คำโบราณท่านว่า…ใกล้เกลือกินด่าง

ตู้ใส่แบ๋งห์หมี่ที่เว้…………กับซี่โคล่ยามฝนตก

ขณะที่เรานั่งลิ้มชิมรสแบ่งห์หมี่อยู่ในร้านได้ครึ่งอัน นางก็เดินกลับมาพร้อมพี่อีกคนแล้วบอกว่าไปกินเฝอมาชามละ 5000 ด่อง ซึ่งตอนแรกแม่ค้าเห้นว่าเป็นคนแปลกหน้าก็บอกราคา 10000 ด่อง นางและพี่บอกว่าไม่เอาแพง เค้าก็ลดเหลือ 7000 ด่อง คราวนี้นางจะเดินหนี แม่ค้าเลยเรียกไว้แล้วบอกว่าชามละ 5000 ด่องเอง 2คนนั้นเลยกินแล้วก็มาบอกต่อเราว่า…แซ่บนัวขนาด….เราเลยลองไปชิมตาม เพื่อนคอมเมนต์ดู

เฝอญวณ………….

เส้นเฝอของที่นี่คล้ายเส้นก๋วยจั๊บญวนหรือข้าวเปียกเส้นหนองคาย (แต่เราว่าคล้ายเส้นข้าวปุ้นน่ะ) ใส่น้ำซุปพร้อมเนื้อหมูต้มเปื่อยและหมูไม่เปื่อยผสมบ้างเพราะคงเปื่อยไม่ทัน เพราะขายดี นอกนั้นก็ใส่ผักดังที่เห็น รสชาดอร่อย แซ่บนัวหลาย ไม่ต้องปรุงเพิ่มก็กินได้ แต่ถ้าใครชอบเผ็ดก็เติมพริกเผาได้ นอกนั้นก็มีผักแกล้มให้ด้วยอีกจาน

บนโต๊ะน่ะพอรับได้หรอกนะสำหรับ ร้านอาหารเวียตแบบชาวบ้านกินส่วนใหญ่ในเว้น่ะ แต่ใต้โต๊ะนี่ซี้ อย่าไปมองเชียว เพราะทั้งทิชชู่ กระดูกหมู ผัก และสิ่งของที่ไม่พึงประสงค์ส่วนใหญ่ เจ้าของร้านก็จะกวาดลงพื้น ถ้าเผอิญเผลอไปมองเข้าอาจจะกลืนเฝอแซ่บนัวไม่ลงก็เป็นได้ แต่เราโดนฝึกมาซะชินกับเรื่องกินง่ายอยู่ง่าย ก็เลยพอซัดลงบ้างจนหมดจาน 55555

อ้อ..เรื่องโต๊ะ-เก้าอี้ที่เวียตอีกอย่างที่น่าสนใจก็คือ เค้าจะใช้เก้าอี้ตัวเตี้ยแบบพลาสติกที่เราใช้นั่งซักผ้าเป็นเก้าอี้สำหรับ นั่งกินข้าว ดังนั้น…โต๊ะกินข้าวก็ต้องตัวเล็กลงมาด้วยเพื่อให้เหมาะสมกัน ไม่รู้ว่าเพราะคนเวียตนามตัวเล็ก หรือเพราะเก็บสะดวก หรือเพราะซื้อหาง่าย-ราคาถูกก็ไม่รู้ เฟอร์นิเจอร์ของร้านข้าว ก๋วยเตี๋ยว ร้านเหล้าทั่วๆไปตามบาทวิถีของชาวเวียตถึงได้มีขนาดเล็กนัก เห็นแล้วก็พาลให้นึกว่าเก้าอี้สำหรับเด็กน่าจะเหมาะกับคนเวียตนาม

ดูกันให้ชัดๆกับเฝอญวน………..บนโต๊ะ

อีกอย่างที่ดูแล้วน่ากลัวก็คือ…ไอ้เจ้าตะเกียบที่ใช้คีบเส้นเฝอเข้าปากนี่ แหละ มันช่างเป็นขุยดีจัง ไม่รู้ว่าเป้นเพระอากาศเย็น-ชื้นหรือเปล่าที่ทำให้คุณภาพของตะเกียบลดลง หรือเป็นเพราะขายดีจนเจ้าของร้านล้างแล้ว ล้างอีก แล้วนำเวียนกลับมาใช้อย่างเร็วก็ไม่รู้ ไม้ตะเกียบก็เลยลอกและเป็นขุย อึ๋ยส์ๆๆๆ………

อ้อ…ที่จานผัก เค้ามีบริการมะนาวให้ด้วยนะ สำหรับคนเปรี้ยวจี๊ด-ก็เติมกันไป ส่วนน้ำที่เห็นเหลืองๆนั่น อย่าได้ไปกลืนลงคอเชียว มันคือน้ำเปล่าของเจ้าของร้านที่มีไว้บริการแขกที่มากินเฝอ ที่เราแนะนำไม่ให้ดื่มน้ำที่เจ้าของร้านนำมาไว้บริการก็เพระว่ามันไม่ค่อย สะอาดน่ะ เดี๋ยวจะท้องร่วงได้ง่ายๆ ส่วนเราเองหอบหิ้วน้ำมาเองโดยซื้อจากร้านค้าใกล้โรงแรมในราคาขวดลิตรขวดละ 10000 ด่อง ก็ประมาณ 25 บาท แต่ถ้าไปซื้อในแหล่งท่องเที่ยวเราก็ซื้อในราคา 15000 ด่อง แพงกว่ากันพอสมควร

พอกินอิ่มและซื้อเสบียงตุนเรียบร้อย เราก็เดินกลับโรงแรมซึ่งอยู่ห่างจากร้านแบ๋งห์หมี่ประมาณ 30 เมตร เตรียมกระเป๋ามารอรถแท๊กซี่ที่จะไปส่งที่สถานีรถไฟ เราไปถึงสถานีรถไฟก่อน 9 โมงเล็กน้อย เพราะรถไฟจากโฮจิมินท์จะมาถึงเว้ประมาณ 9.15 น. ฝนก็ยังคงตกอยู่ดี เราเห็นสามล้อ-ซี่โคล่จอดสนิทอยู่หลายคันทีเดียวที่ร้านขายของตรงข้ามสถานี รถไฟ ส่วนผู้คนที่ยังหาที่ไปไม่ได้ก็มายืนหลบฝนใต้ชายคาของสถานีรถไฟ

พอเข้าไปในสถานีรถไฟ เราต้องควักตั๋วออกมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจก่อน แล้วเข้าไปนั่งรอในห้องรอที่แยกเป็นสัดเป้นส่วนจากห้องซื้อตั๋วทั่วไป มีทีวีให้ดูด้วย ตอนนั้นมีแข่งบอลลีกเลยค่อยน่าดูหน่อย…..มีคนรออยู่พอสมควรไม่มากทั้ง ฝรั่งและคนเวียต เราซื้อตั๋วรถไฟชั้น 2 เป็นโบกี้แอร์ ที่นั่งปรับเอนได้ เบาะนุ่ม แต่นั่งรวมกับคนเวียต โดยคนเวียตนั่งที่นั่งหันหน้าไปทางเดียวกับทางรถไฟวิ่งไป ส่วนนักท่องเที่ยวนั่งที่นั่งหันหลังสวนทางกับทางรถไฟ แบบว่านั่งประจันหน้ากับเจ้าบ้าน

ภายในสถานี….เค้าให้เฉพาะคนที่มีตั๋วเท่านั้นเข้าไปได้

Regarding SWT, I can supply generic recipes for pates, chunks in gravy, and chunks in jelly, however, it would be useful if I had information on the meats available, the relative cost of the meats, and the pack format (eg cans, alutrays etc.), and the pack weights. Information on how they intend to produce the chunks would also be useful.

โดย: ภาษ-นักผจญภัย [9 พ.ค. 49 13:33] ( IP A:202.183.129.162 X: )

81 ความเห็น »

  1. ag27kku said

    น่าสนุกจัง

    โดย: ดักแด้ [9 พ.ค. 49 16:52] ( IP A:61.90.247.83 X: )

  2. ag27kku said

    จ๊าก…..งึมงำๆๆๆๆๆๆๆๆๆ คห.ที่แล้วจงหายๆๆๆๆๆๆไป เพี๊ยง 555

    ก่อน รถไฟมา 5 นาที เจ้าหน้าที่ชาวเวียตก็มาไขกุญแจให้พวกเราเข้าไปรอรถไฟที่ชานชาลา ชานชาลาของเค้าก็เป็นดังที่เห้นนั่นแหละ พอขึ้นไปบนขบวน เราก็เดินหาที่นั่งตามหมายเลขที่จองไว้ พอได้ที่ก้นั่งกันไป ไม่นานเจ้าหน้าที่เช็คตั๋วก็มาขอดูตั๋วแล้วเค้าก็เก็บตั๋วฉบับจริงไว้ แล้วให้ตั๋วสำรองกับเราเก็บไว้เป็นหลักฐาน ในขบวนนั้นมีนักท่องเที่ยวพอประมาณ พวกเราเลยไม่ค่อยแปลกเท่าไหร่ เพราะมองดูแล้วพวกเราก็หน้าตาคล้ายๆคนเวียตพอตัว นั่งๆไปก็ได้กลิ่นบุหรี่ฉุนกึ๊กลอยมาเข้าจมูก เรารีบหันหาที่มาทันที อ๋อ…..คนเวียตนั่นเอง ขนาดมีปายห้ามสูบ เค้ายังสูบหน้าตาเฉยเลย เราเลยพูดบอกเค้าว่า…กรุณางดสูบบุหรี่ค่ะ..เค้าก็เฉยๆ จนต้องบอกว่า..ถ้าจะสูบออกไปสูบข้างนอกค่ะ…เค้าเลยออกไปสูบข้างนอก แต่พอเราเผลอๆเค้าก็สูบอีก โอ๊ย…บอกยากจริงๆ เพราะเค้าไม่มีกฏหมายและโทษปรับการสูบบุหรี่ในที่สาธารณะนั่นแหละ คนเวียตเลยสูบบุหรี่กันเต็มเมือง

    พอ 11 โมง เจ้าหน้าที่ก็เอาข้าวเที่ยงมาแจก โอ้…ไม่น่าเชื่อ มีข้าวเที่ยงแจกด้วย แล้วก็มีน้ำตามมา ส่วนขนมและของกินเล่นอื่นๆเค้าขาย เราลองชิมปอเปี๊ยะทอด ก็อร่อยดีนะ ไม่แพงด้วย จานละ 3000 ด่องเอง เรานั่งรถไฟจากภาคกลางขึ้นเหนือสู่ฮานอย วิวทิวทัศน์ก็เปลี่ยนไปบ้างนิดหน่อย นอกจากความเขียวของทุ่งนาสุดลูกหูลูกตาแล้ว ภาพทิวเขาของภาคเหนือก็เข้ามาในสเปซของเราบ่อยๆ แถมมีลอดช่องเขา เข้าอุโมงค์ด้วยตั้ง 5-6 แห่ง โอ้…ขุนตานน้อยๆ ตลอดเส้นทาง 654 กม.จากเว้สู่ฮานอยผ่านที่ราบ หุบเขา ข้ามน้ำและลอดอุโมงค์เยอะมากจนเราหลับๆตื่นๆไปเพราะระยะเวลาที่ใช้ในรถไฟวัน นี้คือ 14 ชม. ฉะนั้นนั่งจากเว้ 9.30 น. ก็จะถึงฮานอยประมาณ
    4ทุ่มเป็นอย่างต่ำ

    มี เหตุการณืที่น่าตื่นเต้นอยู่เหตุการณ์นึงคือ ธรรมดารถไฟสายด่วนสายนี้จะจอดเฉพาะเมืองใหญ่ๆเท่านั้น พอรถไฟเราถึงประมาณเหง่อาน รถไฟจอดป๊บ ก็มีผู้หญิงคนนึงวิ่งขึ้นมาในโบกี้เรา เราฉกเอาขวดน้ำพลาสติกไปจากที่วางของหลังเบาะเราทันที แม้ว่าจะยังมีน้ำอยู่แกก็จะเอา เหตุการณ์มันเกิดรวดเร็วมาก เรามองแว๊บนึง เค้าก็หายตัวไปแล้ว หยิบขวดน้ำแบบฉับๆๆๆๆๆแล้ววิ่งลงไป แม้ขวดที่มีน้ำเต็มก็เอา หากว่าเค้าจะเอาขวดเปล่าไปขายก้น่าจะเก็บเฉพาะขวดเปล่า แต่นี่เก็บหมดเลย ถ้าไม่ระวังอาจมีอย่างอื่นติดมือแกไปด้วยแน่ๆ เรามองด้วยความตกใจแป๊บนึงก็พอเดาออก อ้อ…พวกขายของเก่านั่นเอง ไม่งั้นก็เอาขวดเก่าไปใส่น้ำใหม่ไว้ขายต่อ…..เฮ้อ…แปลกแต่จริง

    4 ทุ่มครึ่ง…หลังจากนั่งหนาวเป็นไอติมหลอดในรถไฟ 14 ชม.กว่า พวกเราก็มาถึงฮ่านอย….พอรถไฟจอดปุ๊บ ทั้งเวียต ทั้งไทย ทั้งฝรั่งออกันเต็มทางออก พอออกมาจากโบกี้รถไฟ ใบหน้าและร่างกายของพวกเราก็ปะทะเข้ากับความหนาวเย็นของอากาศยามค่ำคืนของฮา นอย ต่างคนต่างแบกกระเป๋าเดินหาทางออกซึ่งต้องเดินไปให้สุดความยาวรถไฟก่อนถึง ได้วกกลับมาทางออกจริงๆ ซึ่งมีอยู่ 2 ทางเท่านั้น คนเวียตเองต่างก็หอบลูกจูงหลานฝ่าความหนาวเดินไปพร้อมๆกับพวกเราโดยไม่พูด ไม่จา ต่างคนต่างห่อตัวอยู่ในเสื้อกันหนาวที่มีคอเป็นขนมิ๊งค์ ส่วนพวกเราบางคนเพิ่งรู้ตัวว่า….เสื้อกันหนาวจำเป็นสำหรับฮานอย ทั้งๆที่เว้ร้อนตับแตก

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [9 พ.ค. 49 16:57] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  3. ag27kku said

    พอลงจากรถไฟ เราก็เจอเข้ากับบรรดานายหน้าจัดหาโรงแรมที่พักตลอดทาง บางคนปฏิเสธแล้วก็หายไป แต่บางคนไม่…ยังคงตื๊อ เดินตาม ถามอยู่นั่นแหละว่าจะไปพักที่ไหน ไปยังไง เราบอกว่ามีที่พักแล้วก็ยังตาม จนเราไม่พูดต่อ เค้าก็จะหายไป เราว่าจะไปพักโรงแรมที่เจ้าของโรงแรมจากเว้แนะนำมาและอ้ายสมพิด-คนขับรถตู จาสะหวันเขตแนะนำ แต่เราไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงไหนกันแน่ จะให้แท๊กซี่พาไปก็ไม่ไว้ใจแท๊กซี่ จนออกมานอกสถานีก็มีชายหนุ่มแต่งตัวน่าไว้ใจมาถามว่าจะไปพักที่ไหนกัน พอเราบอกชื่อที่พัก เค้ากลับบอกเราว่า…ไกล ลองไปดูโรงแรมเค้าไม๊ ราคา 10-15 เหรียญต่อคืน ไม่แพง ใช้ได้ สะอาด ถ้าไม่พอใจค่อยไปโรงแรมที่เราตั้งใจไว้ โดยเค้าจะจ่ายค่าแท๊กซี่ให้เราก่อน ไอ้ความงกเรื่องเงินไม่เข้าใครออกใคร เราเลยลองไปดูโรงแรมเค้าตามที่เค้าเชิญ พอดูแล้วก็โอเค..พอได้ 12 เหรียญต่อคืน นอนได้ 3 คนต่อห้องก็ไม่น่าเกลียด เลยตกลงใจพักที่นั่น โรงแรมชื่อ Green City Hotel อยู่ถนน Hang Bo ใกล้เขตเมืองเก่าของฮานอย……..

    โรงแรมนี้เราไม่แนะนำให้ไปพักนะ จ๊ะ เพราะคืนแรกห้อง 3 คนไม่ว่าง 1 ห้อง เราต้องนอนที่นอนเสริมในห้อง 2 คน ประตูห้องน้ำเปิดเข้าไปได้แต่ออกมาไม่ได้ กว่าทุกอย่างจะถูกจัดการเราก็ได้นอนเกือบ ตี 2 พอคืนที่ 2 เราย้ายห้อง ปรากฏว่าแอร์เสียอีก แถมโดนพนักงานโรงแรมโกงค่าตั๋วชมหุ่นกระบอกน้ำอีก เสียมู๊ดจริงๆ เรื่องนี้จะเล่าทีหลัง

    กว่าทุกอย่างจะถูกแก้ไขก็ตี 2 กว่า ฉะนั้นก็เป็นอันว่า เราได้นอน 3 ชม.แล้วก็ต้องตื่นเพื่อนั่งรถไปเมืองไฮฟองซึ่งอยู่ห่างจากฮานอย 180 กม.เพื่อลงเรือไปชมวิวอ่าวฮาลองอันเลื่องชื่อและได้เป้นมรดกโลกด้วย พอหัวถึงหมอนแม้จะเป็นที่นอนเสริมเราก็หลับเป้นตาย

    เช้าวันที่ 16 เมษายน 2549 เวลา 6.00 น.
    เรา ลงมากินอาหารเช้าของโรงแรมอันมีให้เลือกไม่มากนัก ได้แก่ ไข่ดาว ขนมปังทาแยม และน้ำชา กาแฟ โดยเจอเข้ากับผู้ชายฝาหรั่ง 4 คนนั่งอยู่ก่อนแล้ว แถมสูบบุหรี่ในห้องแอร์เลียนแบบชาวเวียตอีก เราเลยเบ้หน้าให้พวกมัน มันคงรู้เลยเดินออกไปสูบหน้าโรงแรมแทน หลังจากกินเพื่ออยู่ในตอนเช้ายังไม่เสร้จดี ก็มีไกด์ผู้หญฺงวิ่งกระหืดกระหอบมาถามเราว่า…พร้อมหรือยัง พอดีเพื่อนเรากำลังกินอยู่ เลยบอกเค้าว่ายัง อีก 10 นาที เค้าเลยไปรับคนที่โรงแรมอื่นก่อน…..

    การไปทัวร์ฮาลองเบย์วันนี้ พวกเราซื้อทัวร์แบบ one day trip คือไปเช้า-เย็นกลับ ในราคากรุ๊ปเล็กคือ 22 USD/คน มีข้าวเที่ยงเลี้ยงบนเรือในอ่าวฮาลอง กรุ๊ปเล็กนี่ก็ลงเรือลำละไม่เกิน 15 คนน่ะ รวมไกด์ แม่บ้าน เจ้าของเรือก็ไม่เกิน 20 คนมั้ง เพราะเรา 6 คน ฝรั่ง 4 คน ไกด์เรา-ไกด์ฝรั่ง 2 คน คนเวียต 1 ครอบครัว 4-5 คน คนเรือ 1 แม่ครัว 1 น่าจะ 17 คน พอรับทุกคนครบไกด์สาวชาวเวียตที่พูดปะกิตคล่องปรื๋อก็สวัสดีนักท่องเที่ยว ทุกคนบนรถตู้ แล้วบอกว่าเราจะไปไหนกันวันนี้ ในรถเรามีคนเที่ยว 2 กลุ่มคือไป-กลับ กับพักที่กั๊ทบ้า ดังนั้นพอไปถึงท่าเรือไฮฟองก็จะแยกกัน ดดยพวกไป-กลับจะมีไกด์สาวอีกคนมารับ ช่วงขาไปเราก็ฟังไกด์บรรยายไปเรื่อย อยากรู้อะไรก็ถามเค้าอย่างเช่น…………

    ทำไมผุ้หญิงชาวเวียตไม่กินกาแฟและไปนั่งร้านกาแฟยามเช้า…..
    คำ ตอบที่ได้จากคนจบป.ตรีของเวียตคือ…เพราะเอเชี่ยนสไตล์ ชายคือช้างเท้าหน้า หญิงคือช้างเท้าหลัง ฉะนั้นคนที่มีอำนาจในบ้านคือผุ้ชาย จะออกไปไหนก็ได้ แต่ผู้หญิงต้องอยู่บ้าน เลี้ยงลูก ทำงานบ้านสารพัด นั่นคือคำตอบเดียวกับที่เราคิดไว้

    เราคุยกับไกด์สาวชื่อเรียกยากๆคน นี้ตลอดทาง เค้าบอกว่าเรียกเค้าว่าเคก็ได้ เลยได้แลกเปลี่ยนกันหลายเรื่องในสิ่งที่เราและเค้าอยากรู้ทั้งเรื่อง เวียตนามและไทย และแล้วเราก็มาถึงกลางทางคือเมืองตรังเตียน ไกด์พาแวะเข้าห้องน้ำที่เป็นเหมือนรานอาหารที่รถทัวร์บ้านเราชอบไปจอดแล้วคน ขับได้กินฟรี ในนั้นเป็นอาคารที่มีสาวนั่งปักผ้าโชว์เพื่อขายงานฝีมืออันมีมากมายแยกอยู่ ในนั้น ในอาคารนี้มีทั้งร้านข้าว ร้านขายน้ำ ขายขนมใหแกนักท่องเที่ยว รวมทั้งมีร้านให้ซื้อของฝากด้วย เรารู้จุดประสงค์ของการแวะของไกด์ทันที เลยเลี่ยงไปเข้าห้องน้ำซึ่งต้องใช้ความสามารถส่วนตัวสูงพอสมควรในการใช้ห้อง น้ำ เพราะว่าที่นี่ประตูมีแต่ไม่มีที่จับและที่ล๊อค เนื่องจากมันผ่านการใช้งานมาอย่างโชกโชน จนไม่มีลูกบิด ต้องนั่งฉี่ไปคอยจ้องตากับคนข้างนอกไป 5555

    พอมาถึงท่าเรือไฮฟองที่จะลงเรือไปอ่าวฮาลอง เราก็เจอเข้ากับกองทัพนักท่องเที่ยวที่จะไปฮาลอง……..

    ท่าเรือไฮฟองที่จะไปฮาลองเบย์
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [9 พ.ค. 49 17:31] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  4. ag27kku said

    เหมือนท่องเที่ยวทัวร์นี้ยังไม่จบนะภาษ…. รีบมาโพสต่อๆๆๆๆๆ รอชมนะจ๊ะ

    โดย: meen [11 พ.ค. 49 16:55] ( IP A:83.181.34.146 X: )

  5. ag27kku said

    สวัสดีมีนและเพื่อนๆ หลังจากหายไปนานและแล้วเราก็กลับมาโพสต์ต่อให้จบซะที 555555

    เรา ลืมบอกว่าบนรถไฟที่ไปฮานอย ..นอกจากมีข้าวเที่ยงให้กินฟรีแล้ว เค้ามีข้าวเย็นบริการด้วยนะ ข้าวเวียตไม่ค่อยอร่อยหรอกเหมือนข้าวแดงหักๆบ้านเราน่ะ กับข้าวก็พอกินได้ เช่นแกงจืดผักหวานหรือถั่วงอก ผัดหมูใส่สับปะรด แล้วก็ผัดถั่วฝักยาวใส่วิญญาณหมู ส่วนใหญ่เน้นผัก รสชาดนั้นก็พอรับได้คือกินแก้หิวได้ ดีกว่าไม่มีกินน่ะ 55555

    เอาหล่ะมาถึงฮาลองซะที……
    หลัง จากเจอเข้ากับกองทัพนักท่องเที่ยวที่ศูนย์บริการและที่ซื้อตั๋ว เราก็จัดการเลี่ยงคนโดยยืนให้ห่างจากคนหมู่มากเข้าไว้ พอเจอไกด์สาวคนใหม่ชื่อฮง เราก็ได้ตั๋วเข้าไปในท่าเรือ และยืนรอเรือของเรามารับ ขณะที่ยืนรอเรือ เราทนยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่ไหวเลยบอกเพื่อนๆว่า…ไปถ่ายรูปเดี๋ยวมานะ…… …แล้วเราก็เดินไปถ่ายรูปท่าเรือ

    ท่าเรือไฮฟอง………….
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 10:57] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  6. ag27kku said

    แงๆๆๆลงผิดรูป…….ท่าเรือไฮฟอง………..อีกที
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 10:59] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  7. ag27kku said

    เรือแจวที่รอลูกค้าอยู่บริเวณท่าเรือ…………….
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 11:01] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  8. ag27kku said

    มุ่งหน้าสู่อ่าวฮาลอง
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 11:35] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  9. ag27kku said

    ฮาลองเบย์…เป็นส่วนหนึ่งของในทะเลจีน ใต้ มีภูเขาหินปูนตั้งอยู่กระจัดกระจายในอ่าวกว่า 3000 ลูก เป้นวิวซีนนิกที่สวยงาม แถมมีเรือใบวิ่งบนผิวน้ำตัดกับฟ้ามัวหม่นยังกะลอยล่องอยู่บนฟ้าเลย……..

    ฮาลองเบย์1……….ยินดีต้อนรับ
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 11:52] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  10. ag27kku said

    เขาหินปูนในอ่าว………..
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 11:52] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  11. ag27kku said

    หมู่บ้านชาวเล………ไกด์เล่าว่า ชาวเลที่นี่อยู่ อาศัยในบ้านที่ลอยล่องในน้ำมาชั่วนาตาปี หาอยู่หากินกันบนผืนน้ำนี้เพราะเค้าไม่รู้ว่าจะขึ้นบกไปทำอะไร

    บ้านเล็กในอ่าวใหญ่………..
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 11:55] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  12. ag27kku said

    อาชีพหลักของชาวเลในอ่าวฮาลอง นอกจากจับกุ้ง หอย ปู ปลา ปลาหมึกขายให้กับนักท่องเที่ยวและพ่อค้าแล้ว บรรดาลูกหลานยังมีอาชีพด้วยการเร่ขายผลไม้ให้กับนักท่องเที่ยวตามเรือต่างๆ โดยการพายเรือแจว 2 มือไปตามเรือท่องเที่ยว ผลไม้ก็ดูน่ากิน และราคาไม่แพงมากอย่างที่คิด

    พ่อค้า-แม่ค้าผลไม้ในอ่าวฮาลอง……..
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 11:58] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  13. ag27kku said

    ล่องลอยบนผืนน้ำ 1……………..
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 11:59] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  14. ag27kku said

    ล่องลอยบนผืนน้ำ 2……………
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 12:00] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  15. ag27kku said

    วิงฮาลอง………..
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 12:01] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  16. ag27kku said

    ลงเรือเที่ยวถ้ำ……….คล้ายๆถ้ำมรกตบ้านเรา
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 12:20] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  17. ag27kku said

    ขณะที่เรือพวกเราจอดเพื่อให้พวกเราลงซื้อ กุ้ง หอย ปู ปลาจากแพของชาวบ้านมาให้คนเรือทำให้กินนั้น ด้วยความหิวผสมกับอยากกินขนมเลยซื้อขนมจากแม่ค้าที่พายมาขายให้คณะเรือเรา ถึงแพ แม่ค้าใจดีคนนี้ขอถ่ายรูปแกก็ใหถ่าย เราเลยช่วยซื้อขนมจากแกเพียบ รวมทั้งแตงโมด้วย ราคาก็พอซื้อได้ ขนมและของกินส่วนใหญ่เห็นแล้วต้องร้องว่า…ไทยโกอินเตอร์ เพราะของไทยทั้งนั้น……..พอเราซื้อเสร็จ ฝรั่งอีก 4 นายที่มาเรือลำเดียวกับเราและพักโรงแรมเดียวกับเราก็มาซื้อบ้าง เออ….เพิ่งเห็นฝรั่งงกก็คราวนี้หล่ะ ตัวเท่าตึกกินขนมคอร์นเน่ห่อเล็กห่อเดียว 55555 ควักเงินออกมาทีละ 5000 ด่อง แค่นั้นจริงๆ ประหยัดมาก…………

    แม่ค้าใจดี ขายทุกอย่างตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ………
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 12:26] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  18. ag27kku said

    แม่ค้า2………
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 12:27] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  19. ag27kku said

    ชอบแกจัง………
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 12:28] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  20. ag27kku said

    เรานั่งทนหิวถ่ายรูปป้าแม่ค้าไม่นานเพื่อนๆก็ตะโกนว่าอาหารพร้อมแล้ว มากินข้าวเที่ยงกันเถอะ เรารีบโดดขึ้นเรือไปโซ๊ยทันที

    กับข้าวเที่ยงบนเรืออันแสนอร่อย หน้าตาเป็นแบบนี้……
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 12:33] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  21. ag27kku said

    อ้าวผิดรูป..ต้องแบบนี้
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 12:35] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  22. ag27kku said

    อาหาร 6 อย่างสำหรับ 6 คน อ้อ..ขาดผัดผักบุ้งไป 1 อย่าง อร่อยหมดทุกอย่าง ไม่รู้เพราะหิวมากหรืออร่อยก็ไม่รู้เลยกินเรียบ 5555 หลังจากอิ่มหนำสำราญกับข้าวเที่ยงแล้วก็ถึงเวลาไปเที่ยวต่อ

    เอ๊ย…ลืมให้ดูกุ้ง-กั้ง ปู ปลา ปลาหมึกตัวใหญ่ๆแฮะ
    นี่หมึกกระดอง……………………
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 12:38] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  23. ag27kku said

    ปู-ปลา-กุ้ง-กั้ง
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 12:39] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  24. ag27kku said

    หลังจากกินอิ่มและมีแรง ก็ถึงเวลาเที่ยวชมถ้ำ ถ้ำแรกที่เข้าไปคือถ้ำมรกตที่พาเข้าไปข้างในตั้งแต่ คห.ที่22 แต่มาดูปากถ้ำกันก่อน

    ปากทางเข้าถ้ำมรกต
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 12:43] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  25. ag27kku said

    ลอดใต้ปากถ้ำเข้าไป………
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 12:44] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  26. ag27kku said

    ภายในเวิ้งอ่าวของถ้ำมรกตญวน………
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 12:46] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  27. ag27kku said

    พอลอดปากถ้ำเดิมออกมาก็เข้าอีกถ้ำ ซึ่งคราวนี้กว้างกว่าเดิม
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 12:47] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  28. ag27kku said

    เรือเล็กที่ใช้ลงไปเที่ยวถ้ำนั้นต้องจ่ายเพิ่มต่างหาก ประมาณคนละ 20000 ด่องมั้ง ถ้าจำไม่ผิด

    ลงเรือเล็กไปเที่ยวถ้ำมรกต
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 12:49] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  29. ag27kku said

    บรรดาเรือขายผลไม้…………อีกที
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 12:51] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  30. ag27kku said

    แจ่วมะแจวจ้ำจึก น้ำนิ่งไหลลึกนึกถึงคนแจว แจวเรือจะไปขายหอย…เอ๊ย ขายผลไม้
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 12:52] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  31. ag27kku said

    บ้านชาวเลชัดๆ….
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 12:54] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  32. ag27kku said

    ออกจากบริเวณอ่าวและถ้ำมรกต เราก็มุ่งหน้าเพื่อไปชมความวิจิตรของถ้ำอีก 2 แห่ง ตามที่ไกด์บอกว่าสวยมาก …………ลงเรือแล้วก็เดินไปตามทางเดินจากท่าเรือเข้าปากถ้ำ

    สะพานเดินเข้าไปในถ้ำบนเขา………..
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 12:58] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  33. ag27kku said

    ความวิจิตรของถ้ำเมืองเวียต ต่างกับไทยตรงที่เค้าใช้ไฟสีต่างๆช่วยเพิ่มแสงเงาและอิมเมจของหินงอกหินย้อย ซึ่งก็แล้วแต่จินตนาการของแต่ละคนนะจ๊ะ

    ชายหนุ่มยืนรอแฟน……….
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 13:00] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  34. ag27kku said

    ภายในถ้ำ 1………..
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 13:01] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  35. ag27kku said

    สีสัน 2 ……..
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 13:02] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  36. ag27kku said

    สีสัน 3……..
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 13:03] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  37. ag27kku said

    หินงอกหินย้อยที่เห็น ไกด์บอกว่า…บางกอ้นก็เป็นช้างเล็กๆๆๆเป็นร้อยๆเชือก บางก้อนก็เป็นเศียรพระเล็กๆหลายร้อยเศียร บางก้อนบางกลุ่มเป้นหน้าหมา เป็นสิงโต เป้นนางฟ้าไม่ใส่เสื้อผ้าแล้วเอามือปิดบังของลับเอาไว้-ซึ่งจะอยู่ตรงชาย หนุ่มที่ยืนแหงนดูอยู่นั่นหละ

    ทางเข้าถ้ำที่ 2 มองจากบนเรือ
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 13:11] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  38. ag27kku said

    พอออกจากถ้ำที่ 1 ซึ่งเล่นแสงสีมากๆเราก็เข้าสู่ถ้ำที่ 2 ด้วยอาการล้า ปวดขา และเหงื่อแตกพลั่กพร้อมอาการแลบลิ้นหอบเล็กน้อย ถ้ำนี้ไกด์บอกว่า..เป็นถ้ำที่ชาวฝรั่งเศสพบไม้ซุงเต็มถ้ำไปหมด เนื่องจากคนเวียตสมัยก่อนทำอาวุธต่อสู้ชาวจีนโดยใช้ไม้เป้นอุปกรณ์ โดยการเสี้ยมไม้ให้แหลมแล้วฝังในทะเลหรือร่องน้ำ เวลาเรือรบจากจีนผ่านมาไม้แหลมๆเหล่านี้ก็จะแทงเรือจีนรั่ว สุดท้ายก็แล่นไม่ได้ เรือก็ล่ม แต่ชาวเวียตกลับไมได้ใช้ซะงั้น ซึ่งพอผ่านมาหลายร้อยปี ฝรั่งเศสก็มาค้นพบเข้า ถ้ำนี้ไม่ค่อยร้อนเท่าถ้ำแรกเพราะมีรูระบายอากาศ 5555 ก็ปล่องทะลุนั่นหล่ะ เลยไม่ค่อยร้อน แต่ไม่ได้ถ่ายมา เนื่องจากข้าน้อยอยากกลับออกไปเร็วๆ

    พอ โผล่ออกมาหน้าปากถ้ำ เราก็จะพบกับเวิ้งอ่าวฮาลองและเหล่าเรือใบที่หุบปีกแล้วจอดรอเราอยู่ เป้นหมู่เหล่า…..ช่างเป้นภาพที่งดงามจริงๆ

    เวิ้งอ่าวที่เรือจอดรอ………
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 13:13] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  39. ag27kku said

    หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการเที่ยวถ้ำแล้ว ก็ถึงเวลากลับเข้าฝั่งซะที เดี๋ยวจะถึงฮานอยดึก และเราจะไม่ทันดูหุ่นกระบอกน้ำที่จองไว้ช่วง 3 ทุ่ม แต่ก็มีเหตุการณ์ระทึกเกิดขึ้นคือ นักท่องเที่ยวที่มากับเรือเราหลงทาง ต้องรออยู่นานกว่าเธอจะเดินมาถึงเรือ คนทั้งเรือเลยต้องรอเธออยู่คนเดียว ไม่นานนักเธอก็มา พวกเราเลยได้เวลาเดินทางกลับซะที

    ช่วงขากลับ เรือเราแล่นผ่านหมู่ภูเขาหินปุนรูปร่างต่างๆ ไกด์ก็ชี้ชวนให้ดูและอธิบายว่าหินรูปนั้นเหมือนอะไรบ้าง แต่ที่ขึ้นชื่อก็หินรูปนี้แหละ

    หินไก่ชน…………….
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 13:18] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  40. ag27kku said

    ฮิลน้อย………….
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 13:19] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  41. ag27kku said

    บนเรือมีดาดฟ้าเรือ เราไปนั่งเล่น นอนเล่นบนดาดฟ้าดูวิว ถ่ายรูป อาบแดดไปในตัว ฮี่ๆๆๆๆ จริงๆคือบนดาดฟ้าเรือมันไม่มีสิ่งใดๆบดบังสายตาและวิวนั่นเอง เราถึงได้ขึ้นไปนั่งจุ้มปุ๊กอยู่บนนั้นตั้งแต่เรือเริ่มวิ่งออกจากท่าเรือ ไฮฟองจนกระทั่งเรือวิ่งย้อนกลับเข้าฝั่ง วันนั้นมีแดดบ้างบางช่วงแต่แดดไม่แรงและไม่ร้อน นอนเล่น นั่งเล่นได้สบายมาก ยิ่งตอนเย็นๆขากลับยิ่งลมเย็นจนทุกคนทนนั่งในเรือไม่ไหว ขึ้นมานั่งบนดาดฟ้ากันจนถึงฝั่ง นั่งดูวิวไปเรื่อยๆ คุยกันไปเรื่อยๆ เพลินจริง ตลอดทางที่ผ่านกลับเข้าฝั่งเราเจอแต่น้ำกับภูเขาหินปูนสุดลูกหูลูกตา กับเรือใบหุบปีกเหมือนเรากลับเข้าฝั่ง พอถึงฝั่งเรือจอดสนิทพวกเราก็กระโดดขึ้นฝั่งทันที…

    เรือเทียบท่าที่ไฮฟอง……….
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 13:50] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  42. ag27kku said

    มังกรบนหัวเรือ…….
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 13:51] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  43. ag27kku said

    พอทุกคนเหยียบผืนดินปุ๊บก็กระโดดขึ้นรถ ตู้ห้อตะบึงกลับฮานอยทันที เดี๋ยวไม่ทันดูหุ่นกระบอกน้ำตอน 2 ทุ่มครึ่ง กว่าจะถึงฮานอยอาจจะเกือบ 2 ทุ่ม เลยห้อกันใหญ่ ทุกคนเหน็ดเหนื่อยจากการเที่ยวในวันนี้พอสมควร เพราะต้องตื่นแต่เช้า นั่งรถ 180 กม.มาท่าเรือไฮฟอง แล้วนั่งเรือต่อเข้าไปอ่าวฮาลอง แถมต้องนั่งรถกลับอีก 180 กม. เลยคำนับคนข้างหน้าคนละที 2 ที แต่สำหรับเราแล้ว การได้นั่งคุยกับเพื่อนช่วงที่คนอื่นหลับมันเป้นช่วงเวลาที่หาได้ยากจริงๆ ฮี่ๆๆๆๆๆๆๆ

    ในที่สุดเกือบ 2 ทุ่มเราก็กลับมาถึงฮานอยอย่างปลอดภัย แล้วทุกคนก็วิ่งขึ้นไปล้างหน้าแล้ววิ่งลงมาข้างล่างเพื่อเดินไป Thoung Long Water Puppet Theather ที่อยู่ติดกับHoan Kiem Lake หรือทะเลสาบคืนดาบกลางเมืองฮานอยทันที เราเดินห่อตัวอยู่ในเสื้อกันหนาวไปเรื่อยๆจนถึงทะเลสาบ แล้วก็ถามหาโรงละคร บางคนรู้แต่บางคนตอบไม่ได้ คนที่ช่วยเราได้คือตำรวจ แต่ตำรวจบางคนก็พูดภาษาปะกิตไม่ได้หรือได้บ้างเล็กน้อย เราก็ขอบคุณเค้าไปตลอดทางที่เราเข้าไปถามเค้า ในที่สุดเมื่อเดินมาถึงช่วงหัวโค้งของทะเลสาบเราก็จอกับป้ายโรงละครอันใหญ่ ติดไฟสว่างไสว เราชี้ให้เพื่อนๆดูแล้วก็ร้องเย้…เดินข้ามถนนโดยไม่ต้องกลัวมอไซค์ เพราะถ้าเราเดินแบบไม่ห่วงหน้าพะวงหลัง มอไซค์จะเบนหัวรถหลบเราเอง มีเรากับเพื่อนเราไม่กี่คนที่กล้าเสี่ยงแบบเรา สำหรับอีก2-3 คนที่ไม่กล้าเสี่ยงก็รอให้รถซาก่อนค่อยเดินข้ามมา วันนี้คนมารอดูหุ่นกระบอกน้ำเยอะมากๆเพราะเปิดแสดงวันละ 2 รอบคือ 18.30 และ 20.30 น.เท่านั้น ค่าชมมี 2 ราคาคือ 20000 และ 40000 ด่อง ราคาถูกนั่งหลัง ราคาแพงนั่งหน้า
    พอเริ่มแสดงก็ได้หัวเราะทันที ฟังภาษาเค้าไม่ออกหรอก แต่ศิลปะและดนตรีคือสากล…..เราเลยอินไปกับเนื้อเรื่องได้ การแสดงจะแบ่งเป้นองค์ๆ โดยองค์แรกก็จะเป็นวิถีชีวิตของเด็กๆชาวเวียต ต่อมาก็ประวัติของทะเลสาปคืนดาบ และต่อๆมาก็วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิตและความเชื่อของชาวเวียต พอจบแต่ละองค์ ฝรั่งที่นั่งหน้าเราก็ปรบมือ เราก้ต้องปรบมืตามปรากฏว่าเราต้องปรบหลังการแสดงจบทุกองค์ จนองค์สุดท้าย หลังการแสดงจบ คนชักหุ่นกระบอกน้ำก็จะเดินออกมาหน้าม่านเพื่อแสดงความขอบคุณท่านผู้ชมทั้ง หลาย เสียงปรบมือยิ่งสนั่นหวั่นไหว แล้วก็ถึงเวลากลับไปนอนหลับพักผ่อนซะที

    โรงละครหุ่นกระบอกน้ำ………
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 15:37] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  44. ag27kku said

    ตอนขากลับ เราเดินกลับกันมาเรื่อยๆ ผ่านร้านอาหารตามทาง เราเริ่มคุยกันว่าวันนี้ข้าวเย็นยังไม่ได้กินเลย ก็เลยหาร้านแวะกินอะไรร้อนๆซะหน่อย เราเลือกได้ร้านน่านั่งอยู่ร้านนึงที่เค้ายังไม่ปิดแต่ลูกจ้างภายในร้านเค้า เริ่มอยากปิดเต็มที พอเราถามว่าร้านปิดหรือยัง เจ้าของร้านท่าทางใจดีที่อารีคนหิวซ่ก ก็ตอบมาว่า…ยังครับ เชิญเลย ทั้งๆที่เกือบจะ 5 ทุ่มอยู่แล้ว แล้วก็จัดการหาผ้าเย็นๆมาให้ หาน้ำชาอุ่นๆมาให้กิน แล้วก็เอาเมนูมาให้เลือก ตอนที่เราคุยกันว่าจะกินอะไร ผู้ชายเจ้าของร้านผู้อารีก็มาถามว่าเราเป็นใครมาจากไหน ไปไหนมา เมื่อเราดูท่าทางแล้วเห้นว่าเค้าคงไม่ทำร้ายเราแน่ พวกเราเลยคุยกับเค้า แล้วทุกคนก็ลงความเห็นกันว่า เออ…..ใจกว้างจริงๆด้วยแถมมีเมตตาอีกต่างหาก พอหายเหนื่อยเราก็เริ่มคุยกันเรื่องราคาตั๋วหุ่นกระบอกน้ำและอื่นๆที่ พนักงานโรงแรมกรีนซิตี้ทำกับพวกเรา 6 คน พอเค้าได้ยินเค้าก็มาถามว่าให้ช่วยอะไรไม๊ เมื่อเล่าให้ฟังเสร็จ เค้าก็บอกว่า…เราและเค้าน่าจะเจอกันเร็วกว่านี้ และเค้าจะแนะนำโรงแรมที่ดีกว่านี้ให้ จะได้ไม่ถูกโกง-ถูกหลอก แต่สายไปเสียแล้ว ยังไงซะวันนี้เราก็ต้องนอนที่โรงแรมนั้นเป็นคืนที่2 และเป็นคืนสุดท้ายในฮานอย เค้าเลยบอกว่า…มาคราวหน้าติดต่อเค้าได้ แล้วก็ให้นามบัตร เออ…เจอคนดีซักคน-2คนนี่ก็พอทำให้การมองคนเวียตดีขึ้นกว่าเดิมแฮะ พอเราสั่งอาหารครบทุกคนแล้วอาหารก็ถูกเค้ายกมาเสิร์ฟแบบควันฉุย หอมกรุ่นทั้งเฝอ ทั้งข้าวผัด และอื่นๆ ส่วนเราสั่งปอเปี๊ยะญวนมาลองกินดูว่าจะอร่อยสู้ที่อยู่บนเรือและบนรถไฟ ได้ไม๊…..ปรากฏว่า ปอเปี๊ยะเค้าอร่อยจริงๆ และอาหารทุกจานของคนอื่นๆชามโตมาก แบบว่ากินกันไม่หมดทุกคนยกเว้นเรา เพราะเพื่อนๆช่วยกันกิน ฮี่ๆๆๆๆ พอหนังท้องตึงหนังตาก็หย่อน หลังเช็คบิลเสร็จ เราก็อำลาเจ้าของร้านผุ้อารีกลับสู่ที่นอนทันที ซึ่งคืนนี้เราต้องย้ายห้องไปอยู่ห้องที่นอน 3 คนได้ เฮ้อ…ค่อยยังชั่ว

    วัน นี้เป้นวันที่เหนื่อยล้ามากสำหรับเรา เพราะนั่งรถหลายชั่วโมงไปเที่ยวภายใน 1 วัน ซึ่งอากาศต่างกันลิบลับระหว่างกลางวันที่ฮาลองซึ่งตากแดดร้อนพอสมควรกับกลาง คืนที่ฮานอยซึ่งหนาวจับใจ ท่าทางอาการจะไม่ดีแน่ๆเพระเหนื่อยทั้งวัน อากาศเปลี่ยนแปลง สงสัยทอนซิลขึ้นแน่ๆพรุ่งนี้

    เช้าวันที่ 17 เมษายน 2549…………..
    เรา ตื่นมาประมาณ 7 โมงเช้า อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็เดินลงมากินอาหารเช้าของโรงแรมซึ่งนางกับพี่พรนั่งกิน อยู่ก่อนเราแล้ว ส่วนเพิ่อนๆพี่ๆอีก 3 คนอีกห้องนึงยังไม่ลงมา เราเลยรอเค้าเพื่อจะไปเที่ยวในฮานอยด้วยกันก่อนเดินทางกลับ เรามีเวลาเหลือครึ่งวันเช้าในฮานอยซึ่งคิดว่าจะมีประโยชน์บ้าง หากเราได้เที่ยวในฮานอย-ไม่ใช่มาใช้เป็นที่ซุกหัวนอนอย่างเดียว อีกอย่างที่ฮานอยมีสถานที่สำคัญเยอะมาก เที่ยวภายใน 1 วันคงไม่หมดแน่ แต่เราจะเที่ยวครึ่งวันจบ ก่อนเพื่อนๆลงมาครบ นางกับพี่พรก็ออกไปเดินเล่นรออยู่รอบๆโรงแรม พอเราถามเพื่อนๆอีกทีเค้าบอกว่าไม่ไปด้วยและจะเดินเล่นรอบทะเลสาปแทน เราเลยเดินออกไปสมทบกับนางและพี่พรแล้วจับแท๊กซี่ไปที่พิพิธภัณฑ์โฮ จิมินท์ทันที เพราะสุสานโฮจิมินท์ก็อยู่ข้างๆกัน แต่เราโชคร้ายเพราะทั้งพิพิธภัณฑ์และสุสานโฮจิมินท์เค้าปิดวันจันทร์ ฉะนั้นเราเลยอดเข้าไปชมภายใน ได้แต่ถ่ายรูปอยู่ด้านนอก

    สุสานโฮจิมินท์…………….
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 15:59] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  45. ag27kku said

    เราให้แท๊กซี่จอดด้านหลังของพิพิธภัณฑ์ แล้วก็เดินเข้าไป ผ่านพิพิธภัณฑ์แล้วก็เจอสุสานลุงโฮ….จากนั้นก็เดินต่อไปที่ลานบาดิงห์ซึ่ง อยู่อีกด้านนึงของสุสานลุงโฮ….ซึ่งแต่ก่อนมีไว้เพื่อชมการสวนสนามของเหล่า ทหารนั่นเอง

    ที่พักลุงโฮกับลานบาดิงห์……………..
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 16:02] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  46. ag27kku said

    สถานที่สำคัญที่อยู่ใกล้สุสานลุงโฮก็คือ เจดีย์เสาเดียวหรือ one pillar pagoda ซึ่งสร้างตั้งแต่สมัยกษัตริย์อะไรก็จำไม่ค่อยได้เพราะฝันว่าท่านประทานลูก ชายมาให้เลยสร้างเจดีย์เสาเดียวเพื่อบูชาเจ้าแม่กวนอิม

    One Pillar Pagoda………
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 16:07] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  47. ag27kku said

    มองคนละมุม………..
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 16:08] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  48. ag27kku said

    ออกจากวัดเจดีย์เสาเดียว เราก็เดินผ่านลานบาดิงห์ แล้วก็ถามเด็กเฝ้าลุงโฮว่า…… prince palace ไปอีกไกลไม๊ เค้าว่าเดินตรงไป 1 กม.ก็ถึง แต่เราคิดว่าไม่ทันการณ์เลยจะนั่งรถแท๊กซี่ไป แต่ดันไปเรียกแท๊กซี่ที่อยู่บริเวณแหล่งท่องเที่ยว ก็เลยโดนโกง…..เราพูดปะกิตด้วยมันก็ตอบแต่ภาษาเวียต เรากางแผนที่ให้ดูแล้วชี้ว่าจะไป prince palace มันก็พะยักหน้างึกงักๆ แล้วก็ขับไป เราเพิ่งมองเห็นมิเตอร์มัน……..เริ่มต้นที่ 11000 ด่อง แต่ที่เราเคยขึ้นมาเริ่มต้นที่ 6000 ด่อง เอาหล่ะสิ ทำไงดี แต่ได้นั่งรถมันแล้วไงๆก็ไปต่อ ทั้งเปิดเต่ามัน ทั้งราคาแพง ทั้งร้อนเพราะมันไม่เปิดแอร์ เราเลยบอกว่า..แอร์พลีส มันเลยเปิดให้ มันขับเข้าซอยโน้นออกซอยนี้ วนเวียนอยู่ไม่กี่ซอยแล้วก็พาเข้าไปดูซากรถยีเอ็มซีตกบ่อ แล้วก็ทำชี้โบ๊ชี้เบ๊ เราไม่สนใจบอกว่าไป prince palace แล้วบอกมันด้วยภาษามือว่า..โนๆๆๆๆๆๆไป prince palace บ่แม่นหม่องนี้….มันก็ถอยรถไปถอยรถมา เราก็ด่ามันทั้งไทย ทั้งลาว ทั้งฝรั่ง มันก็บ่รู้เรื่อง เราเลยบอกว่า…ออกไปถนนแล้วจอด…พอมันจอด เราก็ลงแล้วจ่ายตังค์มัน แค่ไม่ถึง 10 นาทีปาเข้าไป 40000 ด่อง โอยจะเป็นลม พอมันจอดให้ เราจ่ายเงินมันๆยิ้มใหญ่ เราเลยสวดมันไปหลายจบ ไอ้เจ้าแท๊กซี่นี่มันสีขาวนะ….อย่าไปขึ้นเด็ดขาด ราคาเริ่มต้นที่ 11000 ด่อง แพงมาก

    เราเลยเรียกแท๊กซี่คันใหม่สีเขียว รถฮุนไดคันเล็กนั่งได้ 3-4 คน ราคาเริ่มต้นที่ 6000 ด่อง แล้วบอกเค้าว่าจะไป Van Miew Temple หรือ temple of literature หรือวิหารวรรณกรรมนั่นเอง ที่นี่เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของฮานอยและเวียตนาม ภายในวัดจะมีแผ่นหินสลักชื่อผู้ที่สอบได้จอหงวนของเวียตนามตั้งบนเต่าหินตัว บักเอ๊บ ส่วนภายในวัดก็จะมีอาคารที่ใช้เป็นที่เรียนที่สอบจอหงวนด้วย นอกจากนี้ภายในวิหารด้านในยังมีรูปปั้นท่านขงจื๊ออยู่ด้วย

    ทางเข้าวิหารวรรณกรรม……….
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: prince palace [16 พ.ค. 49 16:25] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  49. ag27kku said

    ช่วงที่เราจะเดินเข้าประตูของวิหาร วรรณกรรม ก็เจอกับเด็กๆชาวเวียตมาทัศนศึกษาเป้นขบวน เดินเรียงกันออกมา..ดูน่ารักดี เออ เรายังไม่เคยเห็นเด็กบ้านเราเข้าไปดูพิพธภัณฑ์เลยแฮะ

    เด็กๆที่วิหารวรรณกรรม……..
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 16:35] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  50. ag27kku said

    เมื่อเดินเข้าไปในวิหารวรรณกรรมสิ่งแรกที่สะดุดตาเราก็คือ….ไฟสนามสไตล์จีนที่สะกัดจากหิน……..
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 16:38] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  51. ag27kku said

    และที่ไม่พลาดคือประตูแสงอาทิตย์ ทางเข้าวิหารชั้นใน แต่วันนี้ไม่อาทิตย์เจ้าไม่ฉายแสง เลยได้ประตูทาสีแดงแบบดาร์กๆ

    ประตูแสงอาทิตย์………..
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 16:39] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  52. ag27kku said

    พอผ่านประตูแสงอาทิตย์เข้าไปก็จะเจอกับบ่อน้ำอยู่ด้านหน้า ส่วน2 ข้างขนาบด้วยอาคารที่เก็บป้ายหินสลักชื่อจอหงวนบนเต่าหิน….
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 16:42] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  53. ag27kku said

    พอเดินผ่านป้ายสลักชื่อจอหงวนเข้าไปข้าง ในจะต้องผ่านประตูอีกชั้นนึงก่อน แล้วเราก็จะเจออาคารเรียนของมหาวิทยาลัยแห่งแรกของเวียตนามในวัดวัน เมียวนั่นเอง………
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 16:43] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  54. ag27kku said

    ซึ่งอาคารหลังคาสีส้มสดนั่นเป้ นอาคารที่เก็บรักษาป้ายบูชาวิญญาณบรรพบุรุษ แล้วฏ้เดินทะลุไปยังอาคารด้านหลังได้ ซึ่งอาคารด้านหลังจะมี 2 ชั้น ชั้นแรกเป้นที่ตั้งรูปปั้นของท่านขงจื๊อ ส่วนชั้นที่ 2 มีรูปปั้นของพระเจ้าทังลองและกษัตริย์อีก 2 พระองค์อยู่ภายใน ซึ่งบนชั้น 2 นี้เราสามารถขึ้นมาดูวิวได้ อาคารทั้งหลังสร้างมาจากไม้ทั้งต้น เสาใหญ่มาก แข็งแรง เราว่ามันคงอยู่ยงคงกระพันไปอีกเป็นพันๆปีแน่ อีกอย่างเค้าสร้างโดยหลักการไม่ใช้ดลหะใดๆมาตอกมาตี เค้าสร้างวิหารเหมือนคนไทยโบราณที่สร้างบ้านโดยการใช้ไม้ล๊อคกันเอง ที่เรียกว่า…เข้าสลัก

    ส่วนอาคารที่เห็นด้านข้าง-หลังคาส้มๆดำๆนั่น เป็นอาคารเรียนในสมัยก่อน และตอนนี้กลายเป้นที่ขายของที่ระลึกไปซะแล้ว เช่นหุ่นกระบอกน้ำเก่าๆก็เก็บมาขายเป้นของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว ซึ่งเมื่อมองเผินๆแล้วจะเห็นว่ามีลักษณธคล้าย รัก-ยม บ่านเราน่ะเอง
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 16:50] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  55. ag27kku said

    เมื่อเราเดินทะลุวิหารเข้าไปจะเจอกับกระถางธูปมังกรที่ตั้งไว้เพื่อจุดธูปเคารพท่านขงจื๊ออยู่ด้านหน้าวิหารด้านหลังนั่นเอง
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 16:51] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  56. ag27kku said

    ศิลปะจีนบนผนังวิหารขงจื๊อ…………
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 16:52] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  57. ag27kku said

    ระเบียงบนชั้น2 ของวิหารขงจื๊อ……………
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 16:54] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  58. ag27kku said

    พอออกจากวัดวันเมียวเราก็จับแท๊กซี่ตรง กลับโรงแรมไปรอเพื่อนๆพี่ๆเพื่อนั่งรถไปสนามบินนอยไบซึ่งอยู่ห่างจากฮานอ ยไปทางเหนือ 35 กม. ต้องใช้เวลา เราเลยต้องไปก่อนเที่ยง แล้วค่อยหากินข้าวเที่ยงที่สนามบิน เราไปถึงที่สนามบินก็เที่ยงแล้ว หลังจากจัดการเช็คอินเสร็จก็ไปกินข้าว หลังกินข้าว เราก็ดูเงินว่าหักจากภาษีสนามบินแล้วเหลือเท่าไหร่ เราก็เอาไปแลกเป็นเงินดอลล่าร์ให้หมด แต่ว่า….เราขายได้ถูกกว่าซื้อแน่นอน เงินเราลดลง แต่ช่างเถอะเดี๋ยวเราก็กลับแล้ว อาหารที่สนามบินราคาแพงพอสมควร แต่กินได้ ก็อร่อยดี กินเสร็จเข้าห้องน้ำห้องท่าแล้วก็ไปจ่ายภาษี 6 คน แล้วก็ผ่านเครื่อง ผ่านตม. เข้าสนามบิน แต่เราดันปวดท้องเลยต้องเข้าห้องน้ำก่อน เลยให้พี่ๆรอ แล้วนางก็มาตะโกนบอกว่า..ภาษๆๆๆๆๆเสร็จยัง เครื่อง last call แล้ว เราเล่นวิ่งแจ้นออกมาจากห้องน้ำทันที นี่ยังดีนะที่โล่งท้องไปแล้ว 555555

    เป็น อันว่าเรากลับจากฮานอยด้วยเจ้าหางแดง…ใครๆก็บินได้..ตอน 14.20 น. ถึงบางกอก 16.00 น. แป๊บเดียวเสียวน่าดู 55555 คนเยอะมากเพราะทัวร์คนไทยไปฮานอยเพียบช่วงสงกรานต์ เราเลยไม่ได้นั่งด้วยกันกับเพื่อน ต้องกระจัดกระจายกันไป แต่ช่างเถอะไม่ถึง 2 ชม.ก็ถึงบางกอกแล้ว

    ต่อไปนี้เป้นรูปที่เพื่อนเราอีกกลุ่มที่แยกกันไปตอนอยู่ที่ฮานอย….
    สะพานง๊อกเซินที่ทะเลสาปคืนดาบ……………
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 17:03] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  59. ag27kku said

    ศิลปินข้างทะเลสาป…….
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 17:05] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  60. ag27kku said

    รถเมล์ชาวเวียต………….
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 17:05] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  61. ag27kku said

    เสื้อดาวแดง……………
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 17:06] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  62. ag27kku said

    ตุ๊กตาสาวญวน……………..
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 17:07] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  63. ag27kku said

    ซี่โคล่เมืองฮานอย…………
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 17:07] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  64. ag27kku said

    เช้าตรู่ที่ฮานอย………..
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 17:08] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  65. ag27kku said

    ช่วงชีวิตยามเช้าบนถนนเล็กๆที่ฮานอย……….
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 17:09] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  66. ag27kku said

    ป้ายโฆษณาริมทะเลสาป……..
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 18:16] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  67. ag27kku said

    ตุ๊กตาสาวญวนอีกร้าน……….
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 18:19] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  68. ag27kku said

    ก่อนกลับเมืองไทย ขณะที่เรารอเพื่อนๆกลับมาเก็บของที่โรงแรม เราเลยต่อว่าเของโรงแรมเรื่องพนักงานของเค้าที่ไม่สุภาพและโกงค่าตั๋วหุ่น กระบอกน้ำพวกเราเห็นๆ เค้าก็รับฟังและบอกว่าจะต่อว่าให้และปรับปรุง เราเลยแถมไปหน่อยว่า..ถ้าเพื่อนเรากลับมาเค้าคงมาต่อว่าคุณอีกแน่ แล้วก็เป็นจริง เค้าได้แต่โอเคๆๆๆเพระเราพูดหมดแล้ว ที่แสบคือคนทำไม่ใช่ใครที่ไหนเพราะส่วนใหญ่โรงแรมพวกนี้จะทำกันเป็นแบบ ธุรกิจภายในครัวเรือน เค้าจะช่วยกันทำทั้งลูก หลาน เมีย พ่อ-แม่ คนที่โกงเราน่ะก็คือหลานเค้านั่นแหละ แต่เค้าก็ไม่ได้ชดใช้คืนมา เราเลยบอกเค้าว่า….ถ้าคนของเค้าทำแบบนี้และเค้าไม่สามารถจัดการได้ เราก็คงไม่สามารถบอกต่อใครให้มาพักโรงแรมเค้าได้แล้ว แล้วเราก็นั่งรถไปสนามบิน

    ระหว่างทางไปสนามบินจะเป็นดังนี้…..ทางยกระดับข้ามแยกวงกลม
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 18:26] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  69. ag27kku said

    ออกมาจากเมืองก็เจอกับชนบททันที แต่มีป้ายโฆษณา……
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 18:27] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  70. ag27kku said

    ป้ายรถเมล์………
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 18:27] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  71. ag27kku said

    ถนนออกนอกเมือง…………..
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 18:28] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  72. ag27kku said

    ปั๊มน้ำมัน…………..
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 18:29] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  73. ag27kku said

    ด่านเก็บค่าผ่านทาง จะสังเกตว่าจะมีด่านนี้อยู่ระหว่างเมือง และมีกรณีที่เราต้องใช้ทางไกลๆเหมือนทางด่วนบ้านเราแต่ไม่ยกระดับ ฮี่ๆๆๆๆ
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 18:30] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  74. ag27kku said

    หลังจากพูดปะกิตกับคนขับแท๊กซี่จนเมื่อย มือและเมื่อยกรามเพราะหัวเราะมาก เราก็ได้คู่มือภาษาปะกิตสำหรับแท๊กซี่ภาษาเวียตนามมา 1 เล่ม ด้วยความใจดีของมิสเตอร์ฟอง-คนขับแท๊กซี่ และความหน้าด้านของเรา 555555 เลยได้คำด่าเจ้าของโรงแรมมาเพียบ แต่ไม่บอกหรอก อี่ๆๆๆๆๆๆ

    ถึงซะทีสนามบินนอยไบ……
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 18:32] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  75. ag27kku said

    นี่สนามบินอินเตอร์นะเนี่ย มีสายการบินฝรั่งเศสมาลงด้วย นอกนั้นก็แอร์เอเชีย เวียตนามแอร์ และทางฝั่งยุโรป 2-3 เจ้า สนามบินพอสมควร คนเวียตที่บินส่วนใหญ่ก็ดูดีมีฐานะ แต่เห้นบางคนยังหิ้วถุงก๊อบแก๊บใส่ของใช้อยู่เลย แต่ขอโทษนะฮ้า…ท่านถือกระเป๋าเจมส์บอนด์ฮ่า 55555 พวกเรานั่งเจ้าหางแดงกลับบ้าน ส่วนที่อยากนั่งให้เป็นบุญก็เจ้าลำนี้แหละ……

    เวียตนามแอร์………
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 18:35] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  76. ag27kku said

    หลังจากอยู่บนฟ้าเกือบ 2 ชม. พวกเราก็ลงแตะพื้นดินไททย แล้วก็นั่งแท๊กซี่บ้านเราที่เริ่มต้นราคาเดียวกันคือ 35 บาทกลับบ้าน แล้วเราก็ได้พัก 1 คืนก่อนมาลุยงานต่อ

    ในที่สุด…เรื่องเล่าเวียตนามของเราก็จบลงได้ซะที หลังจากไปจนกลับมาเดือนกว่า เราเพิ่งโพสต์ได้จบวันนี้เอง เย้…ดล่งชะมัดยาดเลย

    เอ้า…เพื่อนๆ ใครจะไปเที่ยวก็ถามไถ่ข้อมูลกันได้นะจ๊ะ ถ้าเรารู้เราก็จะบอก แล้วถ้าเพื่อนๆงบเหลืออยากหาคนนำทาง เรายินดีเด้อ 55555

    แล้วพบกันใหม่ฉบับตะลุยพุกาม-มัณฑเลย์-ชเวดากองเด้อ ฮี่ๆๆๆๆๆ(ถ้ามีทุน)
    กดเพื่อดูภาพ

    โดย: ภาษ-นักผจญภัย [16 พ.ค. 49 18:39] ( IP A:202.183.129.162 X: )

  77. ag27kku said

    ขอบใจจ้าภาษที่ช่วยแบ่งประสบการณ์ดีๆ ให้เพื่อนๆ เหมือนได้ร่วมเดินทางไปด้วยเลยนะเนี่ยะ……..ฮาลองเบย์ดูๆ แล้วทำให้นึกถึงทะเลกระบี่บ้านเราเลยเนาะ ทะเลสีเขียวมรกต ภูเขาหินปูน ถ้ำลอด แล้วก้อเหมือนบ้านชาวประมงที่เกาะปันหยี-พังงา ที่ไปเที่ยวมา ………ทริปหน้าไปพม่าถ้ามีโอกาสจะขอติดไปด้วยนะ

    โดย: Meenilein [16 พ.ค. 49 19:10] ( IP A:213.102.118.153 X: )

  78. ag27kku said

    ภาษจ๋า….ขอบคุณมากนะคะที่แบ่งปันประสบการณ์……ไกด์สาวสวยใจดี Trip หน้าไปไหนเอ่ย…….มาลงอีกนะคะ……ชอบๆๆๆๆ…….

    โดย: ญ.หญิง [16 พ.ค. 49 19:45] ( IP A:61.47.98.183 X: )

  79. ag27kku said

    …….มาลงอีกนะคะ……ชอบๆๆๆๆ…….

    โดย: ญ.หญิง [16 พ.ค. 49 19:45] ( IP A:61.47.98.183 X: )

  80. ag27kku said

    ขยันบรรยายมั่กๆน้องภาษ ขอบคุณหลายๆเด้อได้เบิ่งเมืองเวียตสมใจอยาก

    โดย: พี่ป้อมCNN26 [19 พ.ค. 49 18:36] ( IP A:210.1.58.8 X: )

  81. ag27kku said

    ภาษชั้นว่าแกแต่งหนังสือขายดีไม๊ สะใจจริงๆวะ ยังงี้ชั้นชั้นไปเองได้เลยไม่ต้องอาศัยหนังสือคู่มือแล้ว

    แต่ต้องขอชมว่าแกมีความพยายาม มากกกก ที่จะถ่ายทอดให้เพื่อนๆ
    (โดยเฉพาะคนไกลบ้านอย่างชั้น) ได้รับรู้
    ต้องขอบพระคุณและขอชื่นชมเป็นอย่างสูง

    โดย: กุ้งวรา [19 พ.ค. 49 18:51] ( IP A:194.208.214.39 X: )

RSS feed for comments on this post · TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: