เพื่อนๆ คิดว่าทะเลหน้าหนาวที่ north sea จะเป็นอย่างไรบ้าง

การเดินทางครั้งนี้ จากบ้านไปถึง north sea ใช้ระยะทางประมาณหนึ่งพันกว่ากิโลเมตร เลยต้องเริ่มต้นเดินทางตั้งแต่ตีห้า ฟ้ายังมืดอยู่เลยและหิมะก็ตก แต่ไม่มาก ขับมาเรื่อยๆ ตามทางธรรมดา แล้ววนเข้ามาทางด่วน มาสว่างที่เยอรมันพอดี ที่เมือง regensburg เป็นรุ่งอรุณวันแรกที่เราได้เห็นหลังจากมาอยู่ออสเตรีย (โดนแซวเล็กน้อยว่า ดีใจด้วยที่เห็นพระอาทิตย์ขึ้น หลังจากตื่นสายทุกวัน) วันนี้เราทำหน้าที่เป็นเนวิเกเตอร์ คอยดูแผนที่และบอกทาง จากเมือง regensburg เมืองต่อไปคือ halle ช่วงนี้เริ่มไม่มีหิมะ แดดเริ่มทำงาน ผ่านไปยังเมือง hof เริ่มเป็นที่ราบ มีหญ้าสีเขียวขึ้นมาให้เห็น แต่บางแห่ง ไม่เข้าใจ ทำไม ฝั่งซ้ายของทางด่วนมีหิมะ แต่อีกฝั่งของทางด่วนกลับมีหญ้าเขียว อย่างกับมีฮีทเตอร์ใต้พื้นงั้นแหละ ต่อมาเข้าเมือง leipsig ช่วงนี้มีแต่หญ้าเขียวมากมาย เริ่มหมดฤดูหนาว และที่ชอบมากคือ มีกังหันยักษ์ (wind turbine) สองข้างทาง เหมือนทุ่งกังหัน กังหันพวกนี้ใช้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม เพราะพื้นที่แถวนี้เป็นทุ่งโล่งๆ ลมแรงมากๆ
อย่างหนึ่งที่ชอบในเขตของ เยอรมันคือ สามารถขับรถด้วยความเร็วเท่าที่รถจะมีได้โดยไม่โดนใบสั่ง ยกเว้นบางช่วงที่เป็นทางแยกเท่านั้นที่มีการจำกัดความเร็ว …..(ถ้าเป็นเพื่อนๆ จะขับเท่าไหร่)

เมืองที่ไปแห่งแรก คือ bremerhaven กะว่าจะดูพระอาทิตย์ขึ้นที่เมืองนี้ซะหน่อย แต่หิมะตกทำให้ไม่เห็นพระอาทิตย์ กว่าพระอาทิตย์จะออกทำงานก็ผ่านไปเกือบเที่ยง เมืองนี้ครั้งแรกที่มาถึงนึกว่าจะเป็นเมืองเล็กๆ สงบๆ แต่ผิดคาด ค่อนข้างใหญ่และคึกคัก เป็นเมืองที่ใช้ขนส่งสินค้าทางเรือ เทียบกับบ้านเราคงจะเป็นแหลมฉบัง (มั๊ง) …..สินค้าเท่าที่เห็นคือพวกรถยนต์ที่ผลิตในเยอรมัน มาจอดรอขนส่งเพียบ ดูไม่ค่อยมีค่า แม้แต่รถราคาแพงๆ อย่าง porsche และรถ volk bettle ที่เราชอบ
ในรูปเป็นชายหาดของทะเลที่นี่ ทะเลที่นี่ไม่สวยเท่าที่บ้านเรา หาดทรายสีค่อนข้างน้ำตาลเข้ม และเป็นทางราบลงไปไกลมากๆ แต่คงจะลึกเพราะห่างจากหาดไม่ไกล เรือขนาดใหญ่สามารถแล่นได้ และไม่แปลกใจที่ทำไมฝรั่งไปทะเลบ้านเรากันเยอะ
ถัดจากหาดจะมีสะพานให้เดินต่อไปยังสวนสัตว์ สามารถปั่นจักรยานมาบนสะพานนี้ก็ได้ หน้าสวนสัตว์จะมีที่จอดจักรยานให้ ซึ่งส่วนมากในสวนสัตว์จะมีเด็กนักเรียนมาใช้บริการมากที่สุด

ภายในสวนสัตว์ที่นี่ ส่วนมากจะเป็นสัตว์จากโซนนี้ พวกที่อาศัยตามภูเขาหิมะที่ทนหนาวได้ ที่เลือกมาดูเพราะอยากเห็นหมีขาวและก็ได้ดูสมใจ อยู่ใกล้กันแค่กระจกกั้นกลาง ช่วงที่ไปมีการโชว์การให้อาหารด้วย ระหว่างโชว์ ก็จะมีการบรรยายถึงประวัติความเป็นมาของสัตว์ชนิดนั้นๆ ให้เด็กๆ ที่มาชมฟัง (แต่เราฟังไม่ออกหรอกนะ เดาได้บางคำ)…..อากาศที่นี่เย็นมากๆ ติดลบสององศาแต่ทำไมรู้สึกเย็นได้มากกว่าที่อื่นที่อุณหภูมิเท่ากัน ลมแรงมาก ยืนนานๆ หน้าจะเริ่มชา เริ่มพูดไม่ชัด ได้ความรู้สึกเหมือนตอนไปหาหมอฟันแล้วฉีดยาชา

เดินเลยมาจากสวนสัตว์จะเป็นท่าเทียบเรือส่วนตัวที่ใช้ออกทะเลช่วงหน้าร้อน แต่ตอนนี้จอดพักผ่อน ส่วนมากเป็นเรือเก่าที่รักษาสภาพเดิมไว้ แต่ยังใช้งานได้ เจ้าของเรือก็นอนในเรือนี่แหละ เพราะช่วงที่เดินไปถ่ายรูปเขาก็ออกมาจากท้องเรือ บางลำก็ได้กลิ่นอาหารลอยขึ้นมา
บริเวณท่าเทียบเรือจะมีฝูงนกและหงส์มาอาศัยอยู่ใกล้ๆ มารอขออาหาร …เชื่องมาก ไม่กลัวคนเลย แต่ที่นี่ออกกฎห้ามให้อาหารแล้ว ถ้าให้จะโดนปรับ เพราะไข้หวัดนกระบาด

ถัดจากท่าเทียบเรือ จะเป็นส่วนของพิพิธภัณฑ์ เขาเอาเรือเก่าๆ ที่ใช้ในอดีตช่วงสงครามมาจัดแสดงไว้ จนกลายเป็นพิพิธภัณฑ์เรือ จากอดีตเรือรบ ปัจจุบันปลดเกษียณเป็นพิพิธภัณฑ์ ได้ประโยชน์อีกแบบ แต่เสียดายที่ไม่ได้ไปดูเพราะยังไม่เปิด ได้แต่ถ่ายรูปข้างนอก……รูปแรกไม่รู้ว่ามาจากเรือลำไหน ใบพัดใหญ่ขนาดนี้ แล้วเรือจริงจะขนาดไหนเนี่ยะ ….ส่วนบางลำมีรายละเอียดติดไว้ด้วย เช่น เรือดำน้ำโบราณนี่ อดีตทำให้เรือจมมาหลายลำ ปัจจุบันก็พิพิธภัณฑ์ หรือเรือ seefalke สร้างปี 1924 ใช้เป็นเรือที่คอยป้องกันเรือรบในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง แต่ก็โดนยิงจมในปี 1945 พอปี 1950 ก็กู้ขึ้นมาซ่อมแซม แล้วเอามาใช้ใหม่อีกรอบ ปลดเกษียณปี 1970 และกลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์ (ใช้จนคุ้ม)

ถัดมาอีกหน่อยเป็นตัวอาคาร ภายในจะแสดงอุปกรณ์ วิธีการต่อเรือ การซ่อม ฯลฯ….. เรือบางลำที่หน้าอาคาร ก็ได้รับบริจาคมา เช่น เรือที่ชื่อ diva ประวัติบอกว่า สร้างปี 1985 เพื่อใช้แข่ง high speed boat ในงานที่ชื่อว่า admiral’s cup ที่เยอรมันเป็นเจ้าภาพ โดยประเทศที่เข้าร่วมคือประเทศรอบๆทะเลเหนือนี่แหละ เรือลำนี้ชนะได้รางวัลที่หนึ่งในสาม (ไม่บอกว่าได้ที่เท่าไหร่) พอปี 1992 เจ้าของก็บริจาคมาให้ …..ส่วนเจ้าเหล็กยักษ์นี่ มีหน้าที่ผลิตหมุดและแผ่นที่ใช้ทำเรือ ทำงานมา ๘๐ ปี ก่อนย้ายมาพักผ่อนที่พิพิธภัณฑ์ …….หน้าอาคารมีมือยักษ์ที่ทำจากไม้ที่เคยใช้ทำเรือ (ผุๆ) วางเอาไว้ นึกว่าจะเบา แต่หนักมาก พยายามขยับกันหลายคน แต่ไม่ได้ผล (ก็ไม่รู้จะไปเล่นกันทำไม มากี่กลุ่มๆ ก็มาเล่น)

บริเวณหน้าพิพิธภัณฑ์ จะมีเรือบางลำที่ดัดแปลงมาเป็นร้านอาหารด้วย ที่หัวเรือที่นี่ก็มีรูปแกะสลัก (คงจะคล้ายแม่ย่านาง)

ตรงข้ามกับพิพิธภัณฑ์จะเป็นแหล่งช้อปฯ ของเมืองนี้ ตึกที่เห็นชื่อ ตึกโคลัมบัส หน้าตึกมีรูปปั้นโคลัมบัส สงสัยจะเคยแวะมาที่นี่ ….. เมืองนี้ครั้งแรกที่มาถึงนึกว่าจะเป็นเมืองเล็กๆ สงบๆ แต่ผิดคาด ค่อนข้างใหญ่และคึกคัก ราคารองเท้าที่นี่ถูกมากๆ เท่าที่เมืองไทย แต่ไม่มีขนาดเรา (เฮ้อ สงสัยต้องมองหาไซด์เด็กซะแล้ว) ……บางตึกที่นี่พยายามสร้างเป็นรูปเรือ (อินกับบรรยากาศ)

บริเวณถนนหลังตึกรูปที่แล้ว จะเป็นร้านค้าต่างๆ กลางถนนมีประติมากรรมที่เกี่ยวกับเรือเช่นเดิม

ปลายสุดของถนนจะมีตึกหนึ่งตั้งอยู่ ตอนแรกเห็นคำว่าเทียเตอร์นึกว่าโรงหนัง รีบวิ่งเข้าไปดู กะจะดูว่าหนังเรื่องอะไรเข้าบ้าง แต่กลายเป็นโรงละครโอเปร่า เลยขอลาดีกว่า (หูไม่ถึง) ตรงข้ามโรงละครมีตลาดนัดเปิดท้าย แต่รถที่ใช้ใช้ประมาณน้องๆ สิบล้อ ………..อ้อ ชื่อหนังที่นี่ทำเอาลำบากใจเพราะแปลเป็นภาษาเยอรมันหมด ไม่เหลือภาษาอังกฤษไว้เลย ไม่เหมือนบ้านเรามีทั้งภาษาไทยและอังกฤษ

เข้ามาในเมืองกันหน่อยมาดูโบสถ์เก่าๆ ……. รูปบนซ้ายเป็นโรงเรียนประถมที่นี่ ตั้งอยู่บริเวณโบสถ์ (รูปล่าง) ถ้าบ้านเราจะเรียกว่าโรงเรียนวัด ….ถนนในซอยที่นี่เห็นแล้วไม่กล้าขับ นึกว่าทางเดิน ขับรถที่นี่ต้องตั้งสติดีๆ เพราะขับเลนขวา เราจะมีปัญหามากเมื่อเข้าวงเวียน ต้องวนขวา แต่บ้านเราวนซ้าย

ด้านซ้ายคือโบสถ์บริเวณท่าเรือ มีการซ่อมแซมให้คงสภาพเดิมตลอด ตั้งอยู่ใกล้กับโรงแรมที่พัก ส่วนด้านขวาเป็นตึกของโรงพิมพ์ ยังคงใช้ตึกเก่า

หลังจากที่ช่วงครึ่งวันแรกเดินโต้ลมมาพอสมควร ก็ขับรถไปต่อที่เมือง cuxhaven เป็นเมืองสุดท้ายของทางด่วนเส้นนี้ ไปถึงค่อนข้างเย็น ได้ออกไปดูพระอาทิตย์ตกที่ทะเลเหนือ……….วันต่อมาเลยนี้ตั้งใจว่าจะ ต้องตื่นไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ทะเลให้ได้เพื่อฉลองวันเกิด แต่สิ่งที่หวังไม่สำเร็จ เพราะหิมะตก พระอาทิตย์ไม่ออกมาทำงาน …………….เมือง cuxhaven สิ่งแรกที่ไปดูคือท่าเรือ ชายหาดที่นี่สะอาดมากว่าเมืองที่ผ่านมา เพราะเมืองนี้ใช้เป็นที่พักตากอากาศสำหรับคนที่มีปัญหาโรคปอด

ที่เมืองนี้ในสมัยก่อนเป็นเมืองที่ใช้เป็นเมืองท่าเพื่อการเดินทางไปอเมริกา แต่ปัจจุบันท่าเรือนี้กลายเป็นร้านอาหารไปแล้ว ……..บริเวณวงเวียนใกล้ที่พักจะมีรูปปั้นกะลาสีนั่งดูพระอาทิตย์ขึ้น และเว้นที่ว่างข้างๆ ไว้ เลยไปร่วมแจมซะ …….ส่วนคำว่า Ahoi คนเมืองนี้บอกว่า เป็นคำทักทายแบบสวัสดีของกะลาสีเขาใช้กัน

ที่ท่าเรือจะมีเรือประมงจอดรอเวลาออกเรือในช่วงหน้าร้อน เรือที่นี่ใช้ออกจับปูเท่านั้น ถ้าเป็นปลาที่ขายในเมืองจะซื้อมาจากเรือของเดนมาร์ก หรือไม่ก็ของเนเธอร์แลนด์ …….รูปบนขวาคือ เรือตำรวจน้ำเยอรมัน เรือเก่าๆ นึกว่าจอดเฉยๆ แต่พอขากลับเดินวนกลับมา ไม่อยู่ซะแล้ว…… มีบางส่วนของเมืองเป็นแหล่งที่ใช้ซ่อมเรือ จินตนาการไม่ออกว่าจากเรือก่าด้านซ้ายจะต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะมาเป็นรูป เรือด้านขวา ซ่อมกันเก่ง

ประภาคารเก่าของเมือง ท่าทางจะถมทะเลออกไป เพราะประภาคารตั้งกลางเมือง ประภาคารเก่าของแต่ละเมืองแถบนี้มีเอกลักษณ์ของตัวเอง แตกต่างกัน

ประภาคารที่ใช้ปัจจุบัน ด้านซ้ายของเมืองแรก ด้านขวาของเมืองที่สอง

รูปบนซ้ายคือปราสาท ปัจจุบันกลายเป็นร้านอาหาร ช่วงไปดูปราสาท มีการจัดงานเลี้ยงฉลองงานแต่งงานคู่นึง ที่ติดใจก็เพราะที่ท้ายรถผูกกระป๋องเอาไว้เพียบ เหมือนในหนังเลย เวลารถวิ่งเสียงดังราวกับจะประกาศการเริ่มต้นชีวิตคู่ของคนคู่นี้ เห็นแล้วอยากมีแบบนี้บ้างจัง ……….ด้านขวาคือโรงเรียนสอนศิลปะ ด้านในจัดแสดงรูปวาด …………ส่วนล่างขวาคือโบสถ์ที่เมืองนี้ ผ่านไปทางไหนก็มีแต่โบสถ์คงประมาณบ้านเรามีวัดเพียบ

ด้านหน้าปราสาท ริมถนน มีนาฬิกาแดดโบราณตั้งโชว์ไว้ ไม่รู้เหมือนกันว่าอ่านอย่างไร ……..วันที่ไปอากาศเย็น มีหิมะตก นกตัวนี้เรามองตั้งนาน นึกว่าของปลอม เพราะไม่ขยับเลย และไปเกาะบนป้ายที่เขียนไว้ว่า ..ห้ามเดินบนน้ำแข็ง อันตราย …ทำตามกฎดีมากๆ
…………สรุปการเดินทางครั้งนี้ใช้เวลาเดินทางประมาณเจ็ดชั่วโมง (รวมเวลาหลงทางบางช่วง)

โดย: meen [10 มี.ค. 49 18:54] ( IP A:213.102.116.151 X: )

8 ความเห็น »

  1. ag27kku said

    มีนจ๊ะ … เราจะเริ่มเก็บกระป๋องเพื่อเธอนะ :D

    โดย: หน่อย HIV (อิอิ) :D [11 มี.ค. 49 16:11] ( IP A:58.136.102.162 X: )

  2. ag27kku said

    บรรยากาศน่าไปเที่ยว…. มีนจ๋า!!ทำไมรูปมันดูสีซีดๆ น่ะ ตัวเอง ไม่เห็น ”สีเข้ม” เหมือน เจ้าของรูปเลย อิอิอิ แซวววว จ้า (หรือ สีเพี้ยน ที่ คอมฯ เราก็ไม่รู้นะ)

    โดย: แป๋ว [11 มี.ค. 49 18:32] ( IP A:62.255.32.16 X: )

  3. ag27kku said

    คิดถึงนะมีน ขอบคุณสำหรับรูปสวยๆ เห็นแล้วอยากไปเที่ยวจัง เล่าเรื่องราวได้ดี อยากดู

    โดย: ดักแด้ [11 มี.ค. 49 20:24] ( IP A:61.90.246.99 X: )

  4. ag27kku said

    มีน เราเคยได้ฟังเรื่องทะเลเยอรมันจากยัน แต่ไม่เคยเห็นภาพ พอเห็นภาพแล้วต้องพูดคำเดียวกะมีนว่า เข้าใจแล้วว่าทำไมเขาถึงอยากมาทะเลไทย แล้วมีน คิดถึงทะเลไทยหรือยัง

    โดย: กุ้ง ประมง [11 มี.ค. 49 20:32] ( IP A:61.90.246.99 X: )

  5. ag27kku said

    หน่อย…กระป๋องที่ว่านี่จะให้เราเอาไปทำไรเหรอ เอาไปนั่งหลังกระป๋องแถวไหนหรือเปล่า อิอิ

    แป๋ว…สงสัยกล้องเราจะเกเรหน่ะ ต้องมาปรับแสงกันใหม่หมด แต่สีซีดๆ ก็ดีนะ ทำให้เราเด่นขึ้นมาเยอะเลยงัย อิอิ

    ดักแด้….สบายดีหรือเปล่า

    กุ้ง….อีกไม่กี่อาทิตย์ก็ได้กลับไปทะเลไทยแล้ว กุ้งจะว่างมาแจมกะเราหรือเปล่า

    โดย: meen [13 มี.ค. 49 13:36] ( IP A:213.102.123.127 X: )

  6. ag27kku said

    อ้าว ก็เอากระป๋องมาผูกหลังรถไง … แต่กระป๋องชุดแรกๆ ต้องเอาไปขายเก็บตังค์ซื้อรถก่อนนะ :D

    โดย: หน่อย HIV [13 มี.ค. 49 23:01] ( IP A:58.136.102.95 X: )

  7. ag27kku said

    มีน ถ้าเบื่อทะเล เยอรมัน ออสเตรีย ก็หลบ หนาวมาเที่ยว ทะเลอุ่นๆ ที่ลังกาวี ได้นะ Salamat datang ke Malaysia

    โป้

    โดย: bluesider_pipo@yahoo.com [15 มี.ค. 49 23:18] ( IP A:218.208.245.19 X: )

  8. ag27kku said

    สวยและดี อยากเอาไปpost ที่พันทิพย์จัง อิอิ (ม่ายน่อ ล้อเล่น)

    โดย: ผมคร้าบ [18 มี.ค. 49 22:46] ( IP A:58.147.118.149 X: )

RSS feed for comments on this post · TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: